ใบสมัครค่ายเยาวชน
    ใบสมัครอบรมผู้นำกลุ่มสัมพันธ์
 
    - มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก
    - สื่อทางเลือกเพื่อการพัฒนา
    - มูลนิธิเด็ก
    - มูลนิธิดวงประทีป
    - สอ.ดย.
    - กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน
    - มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ
    - สสย.
    - ข่าวสายเยาวชนเชียงราย
สสส.
แนะนำหนังสือน่าอ่าน
หนังสือก้าวที่พลาด

Created on: 2008
 


การลาจกาของชาวค่าย

อาหารก่อนนอนค่ายชายทะเล

กิจกรรมยิงธนู

มิตรภาพไร้พรหมแดน

กิจกรรมว่ายน้ำ

มหกรรมทำอาหาร

ผู้นำค่ายม.เกษตร

ปู่เกื้ออบรมผู้นำใมหม่

ค่ายเขาใหญ่เดินป่า

กายบริหารก่อนว่ายน้ำ

งานวัด



ความหมายและความเป็นมาของค่ายพักแรม
 
     ความหมายของค่ายพักแรม
     สมัยโบราณมนุษย์อาศัยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ต่อมาเมื่อพัฒนาขึ้นจึงได้้สร้างที่อยู่อาศัยและมาอยู่รวมตัวกันเป็นกลุ่มมากขึ้น ทำให้เกิดสังคมเมืองที่กั้นขวางมนุษย์และธรรมชาติให้แยกออกจากกันมากขึ้นทุกวัน อย่างไรก็ดี มนุษย์ทุกคนก็ยังมีคงามต้องการที่จะได้กลับไปสู่ธรรมชาติเป็นบางครั้งจึงมีการออกไปค้างแรมนอกบ้านนอกเมือง โดยการสร้างที่พักชั่วคราวหรือกางเต๊นท์พักแรม หรืออาจเป็นการสัมผัสธรรมชาติและเดินทางกลับโดยไม่ค้างแรมแบบปิคนิคนอกบ้านท่ามกลางธรรมชาติซึ่งักษณะของค่ายพักแรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมนันทนาการอย่างหนึ่งที่ีใครก็ตามอาจสามารถจัดกิจกรรมค่ายพักแรมด้วยตนเองได้ แต่ค่ายพักแรมที่กล่าวถึงในตอนนี้เป็นค่ายพักแรมแบบจัดตั้งเป็นรูปแบบ ซึ่งมีความซับซ้อนทมีเป้าหมายเฉพาะเจาะจงมากกว่ากางเต๊นท์ริมทะเล
    
      ค่ายพักแรมที่มีการจัดตั้งแบบเป็นรูปแบบ (Organized camping) สมาคมค่ายพักแรมแห่งประเทศสหรัฐอเมริกาได้ให้ความหมายไว้ว่า "เป็นแหล่งสร้างสรรค์ประสบการณ์ทางการศึกษาในบรรยากาศของการใช้ชีวิตร่วมกันกลางแจ้ง โดยอาศัยทรัพยาการจากสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติรอบตัวนั้นเป็ฯเครื่องช่วยที่จะพัฒนา สติปัญญา ร่างกาย สังคม และจิตใจ ทั้งนี้ภายใต้การแนะนำช่วยเหลือจากผู้นำที่ได้รับการฝึกมาแล้ว" จากนิยามดังกล่าว
     
     ไลลี(Lyle) สรุปว่า ค่ายพักแรมที่มีการจัดระเบียบแล้วนั้นจะต้องมีองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ ด้วยกันคือ การใช้ชีวิตเป็นกลุ่ม สันทนาการ การศึกษา ชีวิตกลางแจ้งและการปรับตัวทางสังคม สำหรับความหมายที่แคบและเจาะจงนั้น ดิมอค(Dimock) อธิบายว่า ค่ายพักแรมเป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งของการจัดประสบการณืให้กับเด็กในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา

     ลักษณะของค่ายพักแรมประกอบด้วย
  1. บุคคลวิทยากรและชาวค่าย
  2. ชีวิตกลางแจ้ง
  3. การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นหมู่คณะ
  4. การสัมผัสชุมชน
  5. ควมเป็นผู้นำ
  6. การจัดสภาพแวดล้อมเพื่อตอบสนองความต้องการและความสนใจของบุคคลตลอดจนการส่งเสริมให้บุคคลได้มีโอกาสพัฒนาตนเองทั้งร่างกายและจิตใจรวมทั้งการพัฒนาสัมคม
     วิวัฒนาการของค่ายพักแรม
     ดิมอค ได้สรุปประวัติและแนวโน้มของกิจกรรมค่ายพักแรมไว้ว่า ค่ายพักแรมมีวิวัฒนาการมานาน ประมาณหนึ่งศตวรรษแล้วในประเทศสหรัฐอเมริกาสามารถแบ่งช่วงของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญได้ 3 ยุคด้วยกัน คือ ยุคสันทนาการ ยุคแห่งการศึกษาและยุคของการรับผิดชอบต่อสังคม อย่างไรก็ดี ช่วงระยะเวลาดังกล่าวนี้จะไม่มีจุดเปลี่ยนหรือหัวเลี้ยวหัวต่อที่เห็ฯเด่นชัดแต่อย่างไร

     สันทนาการจากผู้อบรม1. ยุคสันทนาการ ในระยะแรกเริ่มนั้นค่ายพักแรมมีจุดมุ่งหมายสำคัญคือ การให้สันทนาการเบื้องต้น เน้นการให้ประสบการณืที่เต็มไปด้วยการเผชิญกับความยากลำบากให้ความสำคัญต่อการมีจิตใจเป็นนักกีฬา มีมารยาทอันงดงาม ความสดชื่นที่จะไัด้รับจากสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยธรรมชาติกล่าวได้ว่าเป็นการชดเชยสภาพชีวิตที่จมอยู่กับสังคมเมืองและสิ่งแวดล้อมที่ที่เป็นอุตสาหกรรม จุดมุ่งหมายในด้านสุขภาพพลานามัย การพัฒนาอุปนิสัยและการปรับตัวเข้ากับสังคมจึงเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญยิ่ง รูปแบบของกิจกรรมจะเป็นไปในลักษณะให้ประสบการณ์เผชิญภัยกับธรรมชาติด้วยตนเองให้บุคคลได้ประสบความสำเร็จด้วยความสามารถของตนเอง ทั้งนี้ด้วยการจัดการควบคุมสภาพแวดล้อมต่างๆ บรรยากาศในค่ายพักแรมจึงมีระเบียบแบบแผน มีการประสารงาน ร่วมมือ แข่งขัน และให้รางวัลอย่างเหมาะสม

     2. ยุคการศึกษา ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ความสนใจที่จะจัดการศึกษาในค่ายพักแรมก็เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสืบเนื่องมาจากความเจริญก้าวหน้าในวิชาการด้านสังคมศาสตร์ ได้แก่ จิตวิทยา สังคมวิทยา รวมทั้งด้านการบริหารการศึกษา ได้มีการตีพิมพ์บทความ เอกสารต่างๆ เกี่ยวกับค่ายพักแรมออกมามากมาย เพื่อชี้นำให้มีการใช้ค่ายพักแรมเป็นแหล่งจัดการศึกษาอีกรูปแบบหนึ่ง เช่น การจัดค่ายพักแรมกับการศึกษา ค่ายพักแรมลักษณะนิสัย เป็นต้น และด้วยความก้าวหน้าของวิทยาการด้านการวัดและประเมินผล รวมทั้งการทดลองซึ่งก็ถือว่าเป็นการวิจัยที่ทันสมัย นักวิชาการจึงให้ความสนใจต่อค่ายพักแรมมากขึ้น เช่น ทำการศึกษาหาผลของการเข้าร่วมค่ายพักแรมบ้าง ทดลองใช้เครื่องมือต่างๆ บ้่าง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ค่ายพักแรมจึงเป็นการให้การศึกษาอีกรูปแบบหนึ่ง มีโปรแกรมวิธีสอน และมีผู้นำเกิดขึ้นนักเรียนร่วมแสดงความคิดเห็น จุดมุ่งหมายของค่ายพักแรมก็ได้เน้นไปที่การพัฒนาสุขภาพพลานามัย บุคลิกภาพ ลักษณะนิสัยและการปรับตัวต่อสังคม เพิ่มความผสมผสานในการจัดกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น เพื่ิอให้บรรลุจุดมุ่งหมายดังกล่าว โดยอาศัยความรู้จากวิชาการด้านต่างๆ เช่น ด้านสุขวิทยาจิตช่วยให้เข้าใจชีวิตของแต่ละบุคคล การจัดระเบียบต่างๆ ก็เป็นไปโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล มีการคัดลอก อบรมผู้นำ โดยใช้ความรู้จากวิชการศึกษา การทำงานกลุ่ม ทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ และแม้แต่แพทย์ นักโภชนาการก็เิริ่มมีส่วนช่วยกิจกรรมค่ายพักแรมมากขึ้น
     
     3. ยุครับผิดชอบต่อสังคม
ในระยะที่ฟาสซิสต์ได้ก่อตัวขึ้นและแพร่กระจายเข้าไปยังยุโรปและทางตะวันตก ทำให้มีแรงบันดาลใจในด้านการมีจิตสำนึกต่อสังคมส่วนรวมเกิดขึ้นในหมู่คนทั่วไป รวมทั้งจุดมุ่งหมายของค่ายพักแรมด้วยกิจกรรมต่างๆ ในค่ายพักแรมจึงได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไป 3 ทางด้วยกัน คือ
     3.1 รูปแบบกิจกรรมของค่ายพักแรมมีระบบและมาตรฐานขึ้น ในด้านการบริหารค่ายพักแรมสุขภาพ ความปลอดภัย การสุขาภิบาล บุคลากรเพื่อให้สอดคล้องกับความรู้สึกรับผิดชอบต่อสังคมอันเป็นพันธะกรณีที่สำคัญยิ่งทัศนศึกษาเขาดิน
     3.2 จากการจัดค่ายที่เคยคำนึงถึงความเป็นเอกัตบุคคล ปล่อยตามสบายในแต่ละค่ายพักแรม ก็เปลี่ยนมาเป็นการแสวงหาความร่วมมือร่วมใจระหว่างผู้นำค่าย สมาชิกชาวค่ายและตัวแทนจากชุมชนมีการก่อตั้งสมาคมชาวค่ายสภาค่ายพักแรม สนใจที่จะจัดค่ายพักแรมเพื่อสนองตอบต่อความต้องการของชุมชน เช่น ให้ความสำคัญต่อการสงวนทรัพยากรธรรมชาติเป็นต้น
     3.3 ในยุคที่ประชาธิปไตยกำลังแพร่หลาย ทั้งในด้านแนวความคิดและรูปแบบของการปกครองนั้น ค่ายพักแรมก็ได้บรรจุจุดมุ่งหมายและวิธีการในแบบประชาธิปไตยไว้ในกิจกรรมต่างๆ ด้วยมีการทบทวนจุดมุ่งหมายโปรแกรม การบิหารและการสรรหาผู้นำค่ายใมห่ ในระยะสงครามบทบาทและหน้าที่ของค่ายพักแรมที่ยังยืนหยัดอยู่ก็คือ การช่วยเลี้ยงดูเด็กๆ ที่มีชีวิตรอดพ้นจากภัยสงครามให้มีเจตคติ ค่านิยมและนิสัยที่มีลักษณะของความเป็นพลเมืองดีตามวิถีแห่งประชาธิปไตย

     จากประวัติและแนวโน้มของการจัดค่ายพักแรมที่กล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่ากิจกรรมค่ายได้พัฒนาสู่ระดับ ความเป็นวิชาชีพอีกสาขาหนึ่ง ในด้านสันทนาการโดยมีปรัชญา จุดมุ่งหมาย จรรยาบรรณ เนื้อหาวิชาระเบียบวิธีการแสวงหาความรู้และขบวนการผลิตบุคลากรในสาขาอาชีพและสมาคมวิชาชีพเป็นของตนเอง อย่างไรก็ดี การสันทนาการโดยเฉพาะค่ายพักแรมก็ได้พัฒนาขึ้นมาโดยอาศัยความรู้ ระเบียบวิธีการจากศาสตร์ต่างๆ ผสมผสานร่วมกัน ::รออัพเดรทข้อมูลเพิ่มเติม::

l หน้าหลัก l กลับด้านบน l
16/1 ซอย 1 ถนนรามคำแหง คลองตัน สวนหลวง กทม. 10250 โทร. 0-2719-9191 โทรสาร 0-2717-3675
ติตต่องานฝึกอบรม : พี่ป้อม E-mail : pom_ypdc@hotmail.com TEL :081-4084582